รู้ทัน เพชร อัญมณีที่ทุกคนปรารถนา

เพชร
เพชร

เพชรถูกค้นพบไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีก่อน ที่ประเทศอินเดีย ในช่วงแรกเริ่มถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแกะสลักด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่ง ต่อมาเมื่อเทคนิคการตัด ขัดเกลา เจียระไนก้าวหน้ามากขึ้น ความสุกสกาว แวววาว และเหลี่ยมมุมของมัน ทำให้เพชรกลายเป็นแร่ธรรมชาติที่ทวีคุณค่ามากขึ้น จนเมื่อถูกนำไปประดับบนมงกุฎสำหรับราชวงศ์ทั่วโลก เพชรก็กลายเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ ตำแหน่งทางสังคมของผู้คนที่สวมใส่มัน

หลายทศวรรษที่ผ่านมา เพชรทวีค่าขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือจากเป็นเครื่องประดับเพื่อบ่งบอกฐานะที่มั่งคั่งแล้ว เพชรยังเป็นแหล่งลงทุนของคนบางกลุ่ม นอกเหนือจากเงินฝาก หุ้น พันธบัตร และทองคำ

ดร.บุญกิต จิตรงามปลั่ง รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อธิบายว่า อุตสาหกรรมเพชรถูกผูกขาดโดยเดอเบียร์ส (De Beers) บริษัทอังกฤษที่ทำธุรกิจเพชรครบวงจร เดอเบียร์สทำตั้งแต่สำรวจเพชร เป็นเจ้าของสัมปทานเหมืองเพชรทั่วโลก รวมทั้งค้าและผลิตเพชร ทำให้สามารถควบคุมราคาเพชรได้แบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อกำลังผลิต (Supply) เกือบทั้งหมดอยู่ในมือ เดอเบียร์สสามารถเลือกปล่อยเพชรออกสู่ตลาดตามจังหวะและความต้องการของตลาด (Demand) ทำให้ราคาเพชรในอดีตมีแต่ขึ้น ไม่มีลง

ครั้งหนึ่งในช่วงขาลงของราคาเพชรที่เห็นได้ชัดเจน เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติซับไพรม์ หรือ Ham-burger Crisis เป็นครั้งแรกที่ราคาเพชรปรับลดลงอย่างแรง จากปกติเดอเบียร์สจะมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับซื้อเพชรคืนอยู่เสมอ แต่ครั้งนั้นเพชรถูกนำออกมาขายทั่วโลกในราคาต่ำกว่าที่เคยปรากฏ

“วิกฤติในครั้งนั้น ทำให้เดอเบียร์สสูญเสียความแข็งแกร่งในการคงเสถียรภาพราคาเพชรไประยะหนึ่ง ถ้าจำกันได้เมื่อก่อนเราซื้อเพชรที่ไหน เวลาต้องการขาย ก็เอาไปขายคืนได้ตลอด ผู้ค้าเพชรที่ขายให้เราจะรับซื้อคืนโดยหักค่าบริหารจัดการเล็กน้อย นั่นเป็นเพราะเดอเบียร์สมีอำนาจในการรับซื้อเพชรคืนในตลาดแบบไม่อั้น แต่วิกฤติในครั้งนั้น ทำให้เดอเบียร์สไม่มีเงินมากพอ จึงไม่สามารถซื้อเพชรเก็บไว้ในสต๊อกได้เหมือนเดิม”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเศรษฐกิจทั่วโลกผ่านพ้นจากวิกฤติในครั้งนั้น ราคาเพชรก็กลับมามีเสถียรภาพเหมือนเดิม

ณ สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ราคาเพชรไม่ได้ปรับลดลงเหมือนเดิม แต่ถือเป็นช่วงขาลงอีกครั้ง จากความต้องการที่ลดลง สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก

“จังหวะนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม หากคุณต้องการเป็นเจ้าของเพชร เพราะเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คนไทยซื้อเพชรในราคาที่ถูกลง ถือเป็นโอกาสที่ดี”

“นี่ผมพูดถึงคนที่ไม่เคยมีเพชร หรืออยากซื้อเพชรเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับนะ ถ้าอยากซื้อไว้ใส่ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ซื้อได้ แต่ถ้าจะซื้อเพื่อการลงทุน เก็งกำไร ผมไม่แนะนำ เพราะเพชรมีราคาสูงขึ้นมากในหลายทศวรรษที่ผ่านมา สูงเกินกว่าที่จะซื้อเพื่อลงทุน เก็งกำไร”

“ใครมีลูกกำลังจะจบการศึกษา อยากซื้อเพชรให้เป็นของขวัญหรือลูกจะแต่งงาน ต้องซื้อเพชรไว้หมั้นสาว ภายในไม่เกิน 3-5 ปีข้างหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสเหมาะ เพราะเงินบาทแข็งค่า”

ในอนาคตข้างหน้า ดร.บุญกิต ประเมินว่า อุตสาหกรรมเพชรน่าจะยังต้องเผชิญหน้ากับภาวะขาลงต่อไป แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งจากเพชรทางเลือกใหม่ๆ โดยเฉพาะ Lab–Grown Diamond (เพชรแท้ที่ทำขึ้นจากห้องแล็บ)

“เพชรจากแล็บคือเพชรแท้ เป็นคาร์บอนอะตอมเหมือนกัน เพียงแต่เกิดขึ้นในห้องแล็บเหมือนเด็กหลอดแก้ว ดูด้วยตาเปล่าไม่มีทางดูออก ต้องผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ที่สำคัญระดับราคาอยู่ที่ 30-40% ของเพชรจริง นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะสั่นคลอนคุณค่าของเพชรแท้ที่เกิดตามธรรมชาติและส่งผลกระทบต่อราคาอย่างแน่นอน”

โดยขณะนี้เดอเบียร์สกำลังพยายามที่จะเข้ามากำหนดกำลังการผลิตและความต้องการของตลาด เพื่อควบคุมราคาเพชรจากแล็บด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่เห็นผลเท่าใดนัก โดย Lab-Grown Diamond ในปัจจุบันมีการผลิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เป็นต้น

“ปัจจัยที่ว่ามาทั้งหมด ทำให้การลงทุนเก็งกำไรในเพชรไม่น่าสนใจอีกต่อไป ถ้าจะซื้อ ควรซื้อไว้เป็นสมบัติ เครื่องประดับดีกว่า เพราะขณะนี้มาตรฐานของผู้ค้าเพชรในไทยยกระดับขึ้นมาก 99% มีใบรับรองมาตรฐาน มีสถาบันการันตีคุณภาพมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ (องค์กรมหาชน) ซึ่งมีห้องทดสอบเพชรติดอันดับ 1 ใน 5 ของมาตรฐานโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกหลอกหรือซื้อเพชรไม่มีคุณภาพอีกต่อไป”.

0 thoughts on “รู้ทัน เพชร อัญมณีที่ทุกคนปรารถนา”

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *