เคล็ดลับเลือกซื้อเพชร ไม่ให้โดนหลอก

เคล็ดลับเลือกซื้อเพชร
วันนี้เราจะบอกเคล็ดลับ การเลือกเพชรแบบไม่ถูกโกง ไม่ถูกหลอกมาให้ความรู้กัน อันดับแรก ต้องเข้าใจคำว่า กะรัต คือ หน่วยวัดน้ำหนักเพชร ซึ่ง 1 กะรัต เท่ากับ 100 สตางค์ หากเป็นเพชรทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) ของเพชร 1 กะรัต จะประมาณ 6 มิลลิเมตร (เกินครึ่งเซนติเมตรเล็กน้อย) โดยเพชรขนาดที่เหมาะสมสำหรับแหวนเพชรเม็ดเดียว (Solitaire Ring) สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เพชรขนาด 10 สตางค์ขึ้นไป ซึ่งจะเป็นขนาดเริ่มต้นที่กำลังพอดีสำหรับผู้ที่เริ่มต้นการสวมใส่เครื่องประดับเพชร เพชรธรรมชาตินั้นมีหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีชมพู สีเหลือง สีน้ำเงิน แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ กลุ่มเพชรที่ใสไร้สี ซึ่งเพชรที่ไร้สีถือเป็นเพชรที่ดีที่สุด ซึ่งคนไทยจะเรียกความใสของเพชรว่า น้ำ ความใสของเพชรที่ดีที่สุด คือ D color หรือ เพชรน้ำ100 ไล่ไปจนถึง Z color ซึ่งจะเริ่มเห็นการเจือปนของสีอื่นๆ ในเพชรมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสีเหลือง วิธีดูสีของเพชรว่าขาวใสระดับใด สามารถดูได้ด้วยตนเองโดยคว่ำหน้าเพชรลงบนกระดาษขาว สังเกตสีที่ก้นเพชรจะเป็นตำแหน่งที่ชัดเจนที่สุด โดยในส่วนเพชรที่เหมาะแก่การนำไปทำเครื่องประดับเริ่มตั้งแต่ระดับ J color ขึ้นไป…Read More

ขนาดของเพชรยิ่งโตราคายิ่งสูงขึ้น น้ำหนักเพชรใช้วัดเป็น CARAT

ขนาดของเพชรยิ่งโตราคายิ่งสูงขึ้น น้ำหนักเพชรใช้วัดเป็น CARAT
ในบทความนี้เรามาดูลักษณะและชนิดของเพชรกันครับ เพชรเป็นแร่มีรูปร่างผลึก 8 เหลี่ยม หรือ 12 เหลี่ยม มีความโปร่งใส และกึ่งโปรงใส มีประกายแวววาว รอยตำหนิมีเหลี่ยมมุมถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง เพชรมีหลายสี ตั้งแต่ไม่มีสี จนกระทั่งถึงสีดำ ที่เรียกว่า Carbonado สีต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจากมลทินในผลึก ส่วนใหญ่จะพบไนโตรเจน ซึ่งจะพบอยู่ถึงร้อยละ 0.2 นอกจากนี้ยังพบซิลิกอน แมกนีเซียม อะลูมิเนียม เหล็ก แคลเซียม และทองแดง ซึ่งมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก เพชรที่พบอยู่โดยทั่วไปจะมีสี เหลือง หรือน้ำตาลอ่อน เพชรที่ใสไม่มีสี จะมีราคาสูงที่สุดและเป็นที่นิยม แต่เพชรมีสีนั้นค่อนข้างหายาก เช่น สีชมพู หรือสีน้ำเงิน เช่น Hope Diamond เป็นเพชรที่มีสีฟ้า มีชื่อเสียงมาก และชนิดที่หายากที่สุดคือ Red Diamond เพชรแบ่งออกได้ 4 ชนิด คือ ชนิด la มีไนโตรเจน ประมาณร้อยละ 0.1 ได้แก่ เพชร ที่ขุดตามธรรมชาติ ชนิด lb…Read More